ถาม-ตอบ ไขข้อข้องใจ ลูกหลานอยู่ไม่นิ่ง แค่ซน หรือเป็นโรคสมาธิสั้น?

คุณแม่ถาม คุณหมอตอบ

ไขข้อข้องใจ ลูกหลานอยู่ไม่นิ่ง แค่ซน หรือเป็นโรคสมาธิสั้น?

แม้ว่าความซนกับเด็กๆ อาจดูเหมือนเป็นของคู่กัน แต่ในบางครั้ง คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง และคุณครูหลายๆท่าน ก็ต้องรู้สึกคับอกคับใจ เมื่อลูกรักหลานรักศิษย์รัก มีพฤติกรรม ซนเว่อ ยุกยิก อยู่ไม่นิ่ง รอไม่ได้ จนแทบเหมือนต้อง จับปูใส่กระด้ง อยู่ตลอด หรือบางครั้งก็ เหม่อลอย วอกแวก ทำการบ้านไม่เสร็จอยู่บ่อยๆ จนส่งผลต่อการเรียน และความสัมพันธ์กับคนรอบตัว ความซน ที่ดูไร้ขีดจำกัดเหล่านั้น อาจเกิดจาก โรคสมาธิสั้น ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษา เพื่อเปิดกว้างศักยภาพในการเรียนรู้ และพัฒนาของลูกหลานที่ท่านรัก

 

ถาม: โรคสมาธิสั้น พบได้บ่อยแค่ไหน?

ตอบ: โรคสมาธิสั้น เป็นโรคที่พบได้บ่อยในเด็กวัยเรียน โดยพบได้สูงถึง ร้อยละ 7 หรือในห้องเรียนที่มีนักเรียนประมาณ 40-50 คน ก็น่าจะมีเด็กสมาธิสั้น 2-3 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่ไม่น้อยเลย

 

ถาม: จะรู้ได้อย่างไร ว่า ลูกรักหลานรัก แค่ซน หรือเป็นโรคสมาธิสั้น?

ตอบ: อาการหลักๆของโรคสมาธิสั้น มี 3 กลุ่มอาการคือ

  1. กลุ่มอาการ ซน อยู่ไม่นิ่ง ยุกยิก กระสับกระส่าย เหมือนมีเครื่องยนต์แรงสูงติดอยู่ในตัวตลอดเวลา
  2. กลุ่มอาการ หุนหันพลันแล่น รอไม่ได้ พูดแทรก พูดสวน พูดทะลุกลางปล้อง ผลีผลามตอบก่อนจะถามจบ คิดอะไรได้ก็จะต้องทำทันที เหมือนรถที่ไม่มีเบรก
  3. กลุ่มอาการ ขาดสมาธิ เหม่อลอย วอกแวก ทำงานไม่เสร็จ ตกหล่น หรือสะเพร่า รวมถึงขี้ลืม และทำของหายบ่อยๆ

 

ถาม: ทำไมลูกจึงเป็นโรคสมาธิสั้น?

ตอบ: โรคสมาธิสั้น เกิดจาก สารเคมีในสมองส่วนหน้า ที่ทำหน้าที่ควบคุมเรื่องสมาธิ การยับยั้งชั่งใจ และการเคลื่อนไหว หลั่งออกมาน้อยกว่าปกติ โดยถ้าหากเปรียบสมองเป็นรถ สารเคมีก็เหมือนกับน้ำมันรถ โรคสมาธิสั้นก็จะเหมือนกับรถที่ขาดน้ำมัน

 

ถาม: โรคสมาธิสั้นรักษาได้หรือไม่ และรักษาได้อย่างไร?

ตอบ: โรคสมาธิสั้นรักษาได้ โดยการรักษาควรใช้หลายวิธีผสมผสานกัน เพื่อให้ได้ผลที่ดีที่สุดต่อลูกๆหลานๆและครอบครัว วิธีการรักษาหลักคือการรักษาด้วยยา ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นเพิ่มการหลั่งของสารเคมีในสมองส่วนหน้า เหมือนกับการเติมน้ำมันรถ ควบคู่ไปกับการปรับพฤติกรรม

 

ดังนั้น เพื่อการเปิดกว้างและพัฒนาศักยภาพ ในการเรียนรู้และเติบโตของลูกหลานที่ท่านรัก หากท่านสงสัยว่าเด็กๆเป็นโรคสมาธิสั้น ควรพามาพบแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสม เพื่อให้ลูกหลานของท่าน เติบโตอย่าง เก่ง ดี และ มีความสุข

 

ขอบพระคุณค่ะ

เรียบเรียงโดย พญ. เพ็ญชาญา อติวรรณาพัฒน์ จิตแพทย์ โรงพยาบาลกรุงเทพตราด

 

ติดต่อสอบถามได้ที่ 

โรงพยาบาลกรุงเทพตราด คลินิกจิตเวช โทร. 039 552 781

ฉุกเฉินโทร. 1719

Visitors: 17,346