โรคสำหรับเด็ก


  • 1.ร่างกายไม่พัฒนาตามวัย:

    ถ้าลูกติดแท็บเล็ตลูกจะนั่งดูนิ่งๆในท่าเดิมไม่รู้จักเมื่อยหรือขยับไปทำกิจกรรมอื่นๆเลย ซึ่งเด็กวัย 1-5 ขวบเป็นวัยที่ต้องอยู่ไม่นิ่ง แขนขาจะขยับสำรวจโลกตลอดเวลาแต่ถ้าต้องมานั่งดูแท็บเล็ต จะมีปัญหาเรื่องการเจริญเติบโตของร่างกายแน่นอน เช่น ร่างกายไม่แข็งแรง เคลื่อนไหวไม่คล่องแคล่ว เหนื่อยง่าย ป่วยบ่อยเป็นต้น ดังนั้นไม่ควรให้ลูกนั่งหน้าจอดูทีวีหรือแท็บเล็ต ควรพาลูกทำกิจกรรมอื่นๆจะดีกว่าค่ะ

    2.ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ หงุดหงิดง่าย:

    เด็กที่ติดทีวี หรือ แท็บเล็ตจะมีอาการรอไม่ได้ ทนไม่ไหว ใจร้อน ควบคุมตัวเองไม่อยู่ หุนหันพลันแล่น เป็นเด็กขี้หงุดหงิด ก้าวร้าว เพราะหน้าจอที่ลูกดูบ่อยๆเคลื่อนไหวรวดเร็ว เป็นดังใจตามที่ลูกต้องการ จึงทำให้ลูกเป็นเด็กไม่มีความอดทน รอคอยไม่เป็นนั่นเองค่ะ

    3.เข้าสังคมปกติได้ยาก:

    ถ้าลูกติดอินเตอร์เน็ตมากๆจะทำให้เข้าสังคมไม่ได้ เพราะไม่ค่อยได้พบเจอเพื่อนบ้าน ไม่มีเพื่อนในหมู่บ้าน ทำให้ขาดการปรับตัวเมื่อต้องเข้าสู่สังคม ปรับตัวเข้าหาผู้ใหญ่ไม่เป็น การใช้ชีวิตพื้นฐานในการอยู่ในสังคมก็จะแย่ลง และอยู่กับคนอื่นไม่ได้ในที่สุดค่ะ

    4.อาจทำให้เป็นเด็กอ้วน:

    เด็กที่ติดทีวีหรือแท็บเล็ตมักจะอ้วนเกินไป เวลาจะกินข้าวก็จะนั่งดูแท็บเล็ตหรือทีวีไปด้วย จึงทำให้การกินอาหารเพลิดเพลินกินไปได้เรื่อยๆ มีพ่อแม่คอยป้อนให้กิน หรือเด็กบางคนก็ไม่ยอมนั่งกินข้าวดีๆ จะกินแต่ขนมที่กินได้ง่ายๆไม่เสียเวลาในการดู สิ่งเหล่านี้จึงทำให้เด็กอ้วนเกินไปนั่นเองค่ะ

    5.ขาดสมาธิ:

    เด็กจะไม่มีใจจดจ่อกับกิจกรรมอะไรเลย ที่ต้องใช้สมาธิหรือสมองในการแก้ปัญหา เพราะเคยเจอแต่หน้าจอที่แสดงสีสันสดใส เคลื่อนไหวได้รวดเร็วทันใจ ถ้าต้องทำกิจกรรมที่ต้องใช้เวลาคิดเด็กจะทำไมได้ และจะหงุดหงิดง่ายอีกด้วย

    การใช้อุปกรณ์เหล่านี้กับลูกมีทั้งข้อดีและข้อเสีย พ่อแม่ที่จำเป็นต้องใช้สิ่งเหล่านี้กับลูกควรจะจำกัดเวลาการเล่นของลูกให้เล่นได้ไม่เกิน 2 ชั่วโมงต่อวัน และต้องใช้กับเด็กที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 3 ปีขึ้นไป หรือ ควรจะนั่งเล่นนั่งดูด้วย สอน และชวนพูดคุยกันไปด้วย ให้ลูกได้สื่อสาร โต้ตอบ ได้ทำกิจกรรมอื่นๆร่วมกันกับครอบครัวและคนในสังคม จึงจะเป็นสิ่งที่ดีต่ออนาคตของเด็กมากกว่าค่ะ

‘โทรศัพท์มือถือ’ อันตรายต่อสมองเด็กเล็ก

เหมาะแล้วหรือที่เด็กตัวเท่านี้จะมีโทรศัพท์มือถือ! เด็กยุคใหม่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือที่เชื่อมต่อให้คนไกลใกล้กัน แต่ก็มีโทษหากให้ลูกใช้เกินความจำเป็น


อันตรายของโทรศัพท์มือถือ

ผลการวิจัย Lune University Hospital (ประเทศสวีเดน) ระบุว่าคลื่นมือถือ อาจทำให้เด็กหรือวัยรุ่น เป็นโรคอัลไซเมอร์ หรือความจำเสื่อมได้ ทั้งที่โรคนี้มักจะเกิดกับผู้ป่วยวัยชรา

โทรศัพท์มือถือไม่ใช้สิ่งจำเป็นสำหรับเด็กต่ำกว่า 9 ขวบ

เด็กที่อายุต่ำกว่า 9ขวบไม่ควรใช้มือถือ  เนื่องจากระบบประสาทยังพัฒนาไม่เต็มที่  โครงสร้างของศีรษะยังไม่แข็งแรง การใช้มือถือนั้น คือการเพิ่มโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งในสมองซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาของนักวิจัย 7ชาติ แห่งสหภาพยุโรป ที่พบว่าคลื่นโทรศัพท์มือถือ ทำอันตรายแก่ DNA และเซลล์ ของสิ่งมีชีวิต


ข้อควรระวังในการใช้มือถือ

1. ห้ามเด็กใช้โทรศัพท์มือถือ หรือใช้ให้น้อยที่สุด
2. อย่าวางโทรศัพท์มือถือไว้ใกล้ศีรษะตลอดเวลาโดยเฉพาะเวลานอนหลับ                                                                                       
3. อย่าเหน็บโทรศัพท์มือถือไว้ที่เอว เพราะเอวมีอวัยวะสำคัญๆ ที่ผลิตเม็ดเลือดแดงมากกว่า 80% ของทั้งร่างกาย
4. เลี่ยงการใช้โทรศัพท์มือถือขณะอยู่ในสถานที่แคบที่ทำด้วยโลหะ เช่น รถยนต์ ลิฟท์ เครื่องบิน

ข้อแนะนำใช้มือถืออย่างปลอดภัย

1. จำกัดเวลาในการใช้โทรศัพท์มือถือให้น้อยที่สุด
2. ใช้โทรศัพท์บ้านธรรมดาปลอดภัยที่สุด
3. ควรวางโทรศัพท์มือถือให้ไกลศีรษะที่สุดอย่างน้อย 2 เซนติเมตรและมากที่สุดคือ 5 นิ้ว ในระหว่างกานสนทนา
4. หูฟังแบบพิเศษ Ferrite จะช่วยป้องกันคลื่นได้
5. เปิดลำโพงระหว่างคุยโทรศัพท์มือถือแทนการแนบโทรศัพท์กับหูโดยตรง
6. เลี่ยงการใช้โทรศัพท์มือถือในสถานที่ที่สัญญาณอ่อน เพราะอาจปล่อยสัญญาณ EMR เข้าสู่สมองได้เช่นกัน

Tip: พ่อแม่ช่วยลูกได้ โดยบอกลูกว่า เมื่อต้องการจะโทรหาเพื่อนให้ใช้โทรศัพท์บ้าน เพราะลูกจะไม่กล้าโทรนานเพราะเกิดความเกรงใจ เนื่องจากโทรศัพท์บ้านเป็นของใช้ส่วนรวม  

แหล่งข้อมูลจาก:www.rakluke.com

Visitors: 14,656