คำถาม – คำตอบ เรื่องโรคไข้เลือดออก

 

1.สาเหตุอะไรที่ทำให้สถิติไข้เลือดออกเพิ่มสูงขึ้นจากปีที่แล้ว
          •    ฝนมาเร็วทางภาคใต้ และทยอยขึ้นภาคกลาง-เหนือ -อิสาน
          •    ฝนตกเป็นช่วงๆ ตกแล้วหยุด มีมรสุมบ่อยครั้ง
          •    เศษภาชนะที่คนประดิษฐ์ เช่นกล่องโฟม มีมากขึ้น
          •    ภัยแล้งทำให้พฤติกรรมการรองเก็บน้ำในโอ่ง อ่าง ไว้ใช้ของชาวบ้านมีมากขึ้น
          •    การเคลื่อนย้ายของประชากร ท่องเที่ยว  เทศกาล มีมาก สนับสนุนการกระจายโรค
          •    พฤติกรรมวัยรุ่นนอนดึกทำให้ต้องนอนกลางวัน  การอยู่ในห้องทึบ เล่นเกมเพลิน ทำให้ยุงลายกัดคนในเวลากลางวันชอบ
          •    เก็บ 1. เก็บขยะเศษภาชนะขังน้ำแหล่งเพาะพันธุ์ยุง วัสดุเหลือใช้นำไปขายเป็นรายได้เสริม เก็บแล้วรวย
          •    ให้ปลอดโปร่งยุงลายไม่เกาะพัก ขัดล้างคว่ำภาชนะใส่น้ำ เปลี่ยนน้ำในแจกันทุกสัปดาห์
          •    เก็บ 3. เก็บน้ำ น้ำกินน้ำใช้เก็บให้มิดชิด โดยการปิดฝาโอ่ง ถัง ไม่ให้ยุงลายลงไปวางไข่

2.ไข้เลือดออกมีสาเหตุอื่นอีกหรือไม่นอกจากถูกยุงลายกัด
        ตอบ ในประเทศไทยเป็นโรคไข้เลือดออกออกเด็งกี่ ซึ่งสาเหตุมาจากเชื้อไวรัสเด็งกี่ มียุงลายเป็นพาหะ ไม่สามารถติดต่อทางอื่นได้ เช่นเดียวกับในหลายประเทศของทวีปแอฟริกา เอเชีย อเมริกากลาง หมู่เกาะแคริเบียน หมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ ยุโรป และทางตอนเหนือของทวีปออสเตรเลีย ไข้เลือดออกพบครั้งแรกที่ประเทศฟิลิปปินส์เมื่อปี พ.ศ.2497 ต่อมาระบาดในกรุงเทพฯ ของไทย เมื่อ พ.ศ.2501 พบผู้ป่วย 2,158 ราย ส่วนปีที่พบผู้ป่วยสูงสุดคือปี พ.ศ. 2530 เท่ากับ 174,285 ราย รองลงมาในปี 2541 เท่ากับ 127,189 ราย จากสถิติปีนี้ หากไม่ดำเนินการให้ดีก็มีสิทธิ์ทำสถิติทะลุ 100,00 ขึ้นอันดับได้เหมือนกันส่วนไข้เลือดออกชนิดอื่นๆ ที่มีอยู่ในบางประเทศ เช่น ไข้เลือดออกอีโบลา ก็สามารถติดต่อด้วยวิธีอื่นที่ไม่ได้ผ่านยุงก็ได้ แต่ก็จะมีการระบาดเป็นครั้งๆ ไป และมีจำนวนไม่มาก คล้ายเป็นโรคอุบัติใหม่อุบัติซ้ำ

3.มียุงลายกี่สายพันธุ์และไข้เลือดออกมีกี่ประเภท
        ตอบ  ยุงในโลกนี้ มีกว่า 4000 สายพันธุ์ ในประเทศไทยมียุง 423 สายพันธุ์  และมีเพียง 4 สายพันธุ์เท่านั้นที่นำโรค คือก้นปล่องนำไข้มาลาเรีย ยุงเสือ ยุงลายป่าและยุงรำคาญบางชนิดนำโรคเท้าช้าง ยุงรำคาญนำโรคไข้สมองอักเสบ และยุงลายนำโรคไข้เลือดออก ซึ่งยุงลายก็มีเพียง 2 สกุลเท่านั้นที่นำโรคไข้เลือดออก คือยุงลายบ้าน ( Aedes aegypti ) เป็นยุงสะอาด ส่วนใหญ่ก็อาศัยอยู่บริเวณบ้าน เพาะพันธุ์ในภาชนะน้ำใส นิ่ง ระยะการบินประมาณ 30-400 เมตร และยุงลายสวน ( Aedes albopictus) ซึ่งส่วนใหญ่ก็อยู่ในป่า สวน เพาะพันธุ์ตามกายไม้ ใบไม้ ตอไม้ที่มีน้ำฝนมาตกค้างอยู่ ระยะการบินประมาณ 600 เมตรในเวลา 10 วัน ยุงลายชอบกัดคนในเวลากลางวัน ช่วงเวลาที่ชอบออกหากินมากที่สุด 2 ช่วงคือ 9.00-11.00 น และ 13.00-15.00 น.
     ลักษณะของยุงลายคือลำตัวและขาทั้ง 3 คู่ มีลักษณะเป็นลายดำสลับขาว ข้อแตกต่างยุงลายทั้งสองชนิดคือ ยุงลายบ้านมีลายเกร็ดเส้นสีขาวบนสันมองจากด้านหน้าเป็นแถวเรียงเส้นเป็นรูป คล้ายเคียว ส่วนยุงลายสวนจะเป็นรูปเส้นตรงเส้นเดียว

4.จะป้องกันในระดับบุคคลและครอบครัวได้อย่างไร
ตอบ หัวใจหลักในการแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกอยู่ที่ครัว เรือน บ้านถือเป็นจุดยุทธศาสตร์แรก เพราะยุงลายอยู่ในบ้านเป็นส่วนใหญ่ ไม่ได้อยู่ในท่อระบายน้ำ ไม่ได้อยู่ในป่า ไม่ได้อยู่ในบ่อน้ำ แต่อยู่ในภาชนะเก็บน้ำ เศษภาชนะที่ทิ้งขว้างอยู่ทั่วไป จึงควรเป็นหน้าที่หลักของแม่บ้านหรือคนในครอบครัวที่จะต้องดูแลซึ่งกันและ กัน  

BIG CLEANING DAY “เก็บให้เกลี้ยงไม่เลี้ยงยุงลาย”เก็บบ้านให้โปร่งน่าอยู่ เก็บน้ำให้มิชิด เก็บขยะให้สะอาด
 ใช้มาตรการการป้องกันควบคุมโรค 5 ป. 1 ข.  (5 ป.ปราบยุงลาย)
           1.    ปิด  ปิดภาชนะน้ำกินน้ำใช้ให้มิดชิดหลังการตักใช้น้ำทุกครั้ง เพื่อ ป้องกันยุงลายลงไปวางไข่
           2.    เปลี่ยน เปลี่ยนน้ำในแจกัน ถังเก็บน้ำ ทุก 7 วันเพื่อตัดวงจรลูกน้ำที่จะกลายเป็นยุง
           3.    ปล่อย ปล่อยปลากินลูกน้ำ เช่น ปลาหางนกยูง ปลากัด ปลากระดี่ ในภาชนะใส่น้ำถาวร เช่นอ่างบัว ถังซีเมนต์เก็บน้ำขนาดใหญ่
           4.    ปรับปรุงสิ่งแวดล้อมให้ปลอดโปร่ง โล่ง สะอาด ลมพัดผ่าน ไม่เป็นที่เกาะพักของยุงลาย
           5.    ปฏิบัติเป็นประจำจนเป็นนิสัย       

(ข. ขัดล้างไข่ยุงลาย)
       ยุงลายจะไข่ตามผนังภาชนะ เหนือผิวย้ำประมาณ 1-2 ซม. ไข่ใหม่จะมีสีขาวนวล ต่อมาเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล และดำ ลักษณะเป็นแพเรียงติดกัน หากมีน้ำมาเติมจนท่วมหลังไข่ จะใช้เวลา 1-2 วันที่ฟักตัวเป็นลูกน้ำ แต่หากไม่มีน้ำมาเติมจนท่วมถึงก็จะแห้งติดผนังภาชนะอย่างนั้นได้นานเป็นปี และเมื่อมีน้ำมาท่วมถึงเมื่อใด ไข่ก็พร้อมจะแตกตัวเป็นลูกน้ำภายในได้ใน 30 นาที ยุงตัวเมีย 1 ตัวไข่ครั้งละ 50-150 ฟอง 4-6 ครั้งในช่วงชีวิตราว 60 วันของเขา ฉะนั้นยุงตัวหนึ่งจึงมีลูกได้ราว 500 ตัว

5.สิ่งที่ต้องระมัดระวังพิเศษในช่วงฤดูฝน
           •    เป็นช่วงที่มีสถิติการระบาดสูงสุดของทุกปี 
           •    เศษภาชนะที่ทิ้งขว้างไว้เป็นปัจจัยสำคัญ น้ำฝนตกค้าง ไข่ยุงเก่าแตกตัว ยุงใหม่มีที่เพาะพันธุ์จากน้ำใสในภาชนะมากขึ้น
           •    บ้านไม่ปลอดโปร่ง จุดอับชื้นในบ้านเหมาะสมสำหรับยุงลาย  
           •    พฤติกรรมการเก็บน้ำฝนไว้ใช้โดยไม่ปิดฝา มีผล ต้องระวัง
           •    คนอยู่บ้านนอนกลางวันมากขึ้น ยุงลายชอบกัดกลางวัน

6.นอกจากโรคไข้เลือดออกแล้ว ยังมีโรคที่มากับฤดูฝนมีอะไรบ้าง
           •    ไข้หวัดใหญ่ ให้ระวังหากเป็นพร้อมกันทั้งไข้หวัดและไข้เลือดออก ไข้เลือดออกมักไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก ถ้าเป็นทั้งสองอย่างจะมีอาการร่วมจนแยกยาก
           •    โรคชิคุนกุนยา นำโดยยุลายสวน พบทางภาคใต้ส่วนใหญ่เป็นสวยยาง ปีนี้ 44 ราย
           •    ไข้มาลาเรียในป่าเขา นำโดยยุงก้นปล่อง
           •    โรคโดยยุงอื่นๆ เช่นโรคเท้าช้าง ที่นำโดยยุงรำคาญ จะมีเฉพาะบางแห่งเช่นแถบตะวันตก และภาคใต้ตอนล่าง ระวังแรงงานพม่า มีเชื้ออัตราสูงที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนจะไม่ได้รับยาฆ่าเชื้อ DEC อาจติดต่อโดยยุงรำคาญ ต้องกินยาทุก 6 เดือนตัดการแพร่เชื้อ / ส่วนไข้สมองอักเสบที่นำโดยยุงรำคาญ ประเทศไทยไม่ค่อยพบผู้ป่วยแล้ว
           •    โรคลิซมาเนีย นำโดยริ้นฝอยทราย
           •    เล็ปโตสไปโรซิซ หรือฉี่หนู
           •    โรคเชื้อรา

7.สังเกตตนเองหรือคนรอบข้างเมื่อเป็นไข้ว่า ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกหรือไม่ โดยสังเกตอาการของโรคไข้เลือดออก ที่สำคัญคือ
           1. ไข้สูงลอย พบว่าอาการไข้จะสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่ค่อยลดลง
           2. คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร  
           3. หน้าแดง อาจพบจุดเลือดที่ผิวหนัง เจ็บชายโครงด้านขวา  
           4. มักจะไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก ซึ่งเป็นข้อแตกต่างจากการเป็นหวัดที่จะมีน้ำมูกร่วมด้วย เว้นแต่จะเป็นไข้ทั้งสองชนิดในเวลาเดียวกันอาจจะมีอาการทั้งไอและมีน้ำมูก ด้วย              
หากสงสัยเป็นไข้เลือดออกรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย และหากเป็นไข้เลือดออกแล้ว ช่วงที่ไข้ลดลงในวันที่ 3-4 แต่ผู้ป่วยซึมลงกินดื่มไม่ได้ให้รีบกลับมาหาแพทย์เพื่อรักษาให้ทันท่วงที

8.คนทั่วไปจะมีความรู้พื้นฐานที่ว่า โรคไข้เลือดออก มีอาการคล้ายไข้หวัด เบื้องต้นจะมีวิธีสังเกตลักษณะอาการความแตกต่างอย่างไร ว่าเป็นโรคไข้เลือดออกหรือไม่
        ตอบ โรคไข้เลือดออกมักจะไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก ซึ่งเป็นข้อแตกต่างจากการเป็นหวัดที่จะมีน้ำมูกร่วมด้วย เว้นแต่จะเป็นไข้ทั้งสองชนิดในเวลาเดียวกันอาจจะมีอาการทั้งไอและมีน้ำมูก ด้วย   
           
9.สามารถดูแลรักษาผู้ป่วย โรคไข้เลือดออก ด้วยตัวเองที่บ้านได้หรือไม่ จำเป็นต้องเข้าพบแพทย์หรือไม่ มีคำแนะนำในการดูแลรักษาผู้ป่วยเบื้องต้นอย่างไรบ้าง
         ตอบ  ได้ แต่ต้องหลังจากไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย และได้รับคำแนะนำจากแพทย์แล้ว 
คำแนะนำเมื่อกลับมาดูแลที่บ้านคือการเช็ดตัวให้ผู้ป่วยไม่ให้ตัวร้อนจัด รับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง ให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารที่ทำให้ร่างกายสดชื่น เช่นน้ำเกลือแร่ น้ำผลไม้ และให้พักผ่อนมากๆ เฝ้าสังเกตอาการที่เปลี่ยนแปลงของผู้ป่วยอยู่เสมอ หากมีอาการผิดปกติต้องรีบนำผู้ป่วยกลับไปพบแพทย์ท่านเดิมเพื่อการรักษาที่ ต่อเนื่อง 
          •    ดื่มน้ำผลไม้ น้ำเกลือแร่บ่อยๆ 
          •    พักผ่อนมากๆ เช็ดตัวช่วยลดไข้เป็นระยะๆ
          •    ให้อาหารอ่อน งดอาหารที่มีสีคล้ายเลือด เช่น แตงโม (เมื่ออาเจียนจะแยกไม่ออก)
          •    ไม่ควรเปลี่ยนแพทย์บ่อยจนทำให้การรักษาไม่ต่อเนื่อง

10.ผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก มีข้อห้ามอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ เช่น ยาที่ใช้ หรืออาหารที่รับประทานขณะป่วย
ตอบ  หากจำเป็นต้องใช้ยา ควรใช้ยาลดไข้พาราเซตามอลเท่านั้น ห้ามใช้ยาแอสไพริน หรือกลุ่มยาเอ็นเสด เช่นไอบูโปรเฟน เพราะจะทำให้เลือดออกในอวัยวะภายในได้ง่ายมากขึ้น ให้อาหารอ่อน งดอาหารที่มีสีคล้ายเลือด เช่น แตงโม (เมื่ออาเจียนจะแยกไม่ออก)

11.กลุ่มใดเสี่ยงที่จะเป็นสูง เพราะเหตุใด
ตอบ กลุ่มเสียงกลุ่มใหญ่ที่ติดเชื้อไวรัสไข้เลือดออกเด็ง กี่เป็นเด็กวัยรุ่นอายุตั้งแต่ 15-24 ปี มากที่สุด คือสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 29.15 ในกลุ่มอายุเด็กช่วงอายุ 10-14 ปี มีสัดส่วนร้อยละ 23.10 กลุ่มอายุ 5-9 ปีมีสัดส่วนร้อยละ 15.99 ส่วนกลุ่มอายุ 25-34 ปีมีสัดส่วนร้อยละ 12.42 แสดงให้เห็นว่าปัจจุบันมีการระบาดในกลุ่มวันรุ่น โดยเฉพาะนักเรียนไปจนถึงวัยทำงานมีสัดส่วนการระบาดที่เพิ่มขึ้นมากกว่าอดีต ที่ผ่านมา ทั้งนี้อาจด้วยเหตุผลเรื่องภูมิต้านทานและวิถีชีวิตที่ต้องสัมผัสกับยุงพาหะ ของแต่ละคน เช่นเยาวชน-วัยรุ่นปัจจุบันชอบนอนดึกตื่นสาย หรือ มักนอนกลางวันซึ่งตรงกับช่วงเวลาหากินของยุงลายคือตั้งแต่สายๆ จนถึงบ่ายๆ อีกอย่างคือจุดที่เยาวชนไปชุมนุมเล่นเกมส์ออนไลน์ ก็เป็นจุดเสี่ยงได้เช่นกันหากไม่ดูแลเอาใจใส่ในเรื่องยุงลาย  

12.คำแนะนำสำหรับผู้ปกครองในการดูแลบุตรหลาน รวมทั้งผู้สูงอายุ
           1. ประชาชนเข้าใจว่า โรคไข้เลือดออกเป็นโรคที่ป้องกันได้ด้วยตนเองได้ ยุงลายเป็นยุงสะอาดที่ชอบอยู่อาศัยบริเวณบ้าน เพาะพันธุ์ตามภาชนะที่มีน้ำใส นิ่ง อย่าเข้าใจผิดว่ายุงลายอยู่ตามท่อระบายน้ำ หรือน้ำเน่าเสีย ที่ต้องขอให้เจ้าหน้าที่มาพ่นเคมีฆ่าเพราะนั้นส่วนใหญ่เป็นยุงรำคาญ การควบคุมยุงลายจึงเป็นหน้าที่ของเจ้าของบ้านเอง ครอบครัวตนเอง คนในครอบครัวต้องเป็นผู้ดูแลกันเองเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะแม่บ้าน ต้องกำจัดลูกน้ำยุงลายด้วยวิธีที่แนะนำมา ไม่ต้องรอ อสม. หรือเจ้าหน้าที่มาทำให้ 
           2. หากมีวิถีชีวิตที่ยังต้องเผชิญกับยุงลายซึ่งชอบกัดคนในเวลากลางวัน ก็หาวิธีที่จะไม่ทำให้ถูกยุงลายกัด เช่น ทำบ้านให้ปลอดโปร่ง หลีกเลี่ยงการไปอยู่ในมุมอับของบ้าน ทายากันยุง นอนกลางมุ้งหรือในมุ้งลวดแม้เวลากลางวัน เป็นต้น 
           3. เมื่อป่วยเป็นไข้สูงเกิน 2 วัน อย่านิ่งนอนใจ รีบไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและหาทางรักษาให้ถูกโรค ถูกวิธี ก็จะปลอดภัยจากการเป็นโรคไข้เลือดออกได้

13.กรณีที่เคยเป็นแล้วจะเป็นได้อีกหรือไม่
           ตอบ ไข้เลือดออกในประเทศไทย เกิดจากเชื้อไวรัสเด็งกี่ มีอยู่ 4 ชนิด หรือที่เราเรียกว่าสายพันธุ์ ซึ่งเป็นสาย
พันธุ์ RNA virus คือสายพันธุ์ (serotypes) DEN 1-2-3-4 คนเราจึงมีโอกาสเป็นโรคไข้เลือดออกได้ 4 ครั้ง โดยไม่ซ้ำชนิดเดิม ถ้าเป็นชนิดใดชนิดหนึ่งแล้วจะไม่เป็นชนิดนั้นอีก โดยเมื่อป่วยแล้วจะมีภูมิต้านทานชั่วคราวทุกชนิดได้ประมาณ 6 เดือน แต่จะมีภูมิต้านทานชนิดที่เป็นนั้นอย่างถาวร สำคัญคือเมื่อติดเชื่อซ้ำในชนิดที่ต่างกันจะยิ่งทำให้มีอาการรุนแรงยิ่งขึ้น โดยการติดเชื้อครั้งแรกมักไม่มีอาการรุนแรงหรือไข้เล็กน้อยโดยไม่ทราบก็ได้ จึงพึงตระหนักไว้ในรายผู้ใหญ่ซึ่งส่วนใหญ่เคยได้รับเชื้อมาแล้ว ถ้าเป็นซ้ำในชนิดที่ต่างกันอีกอาการมักจะรุนแรงกว่าในรายของเด็ก ส่วนสายพันธุ์ที่ทำให้มีอาการรุนแรงมากที่สุดคือสายพันธุ์ที่ 2


14.การป้องกันในผู้ที่ไม่เคยเป็น
           ตอบ  คนที่ไม่เคยเป็นแสดงว่าไม่มีภูมิต้านทาน โรคนี้ โอกาสจะเป็นก็จะสูงกว่าคนอื่น แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่การระมัดระวังตนเองไม่ให้ถูกยุงกัดด้วย หากลดโอกาสในการถูกยุงลายกัดได้ก็จะลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคไข้เลือดออก ได้เช่นกัน
สถานการณ์ของโรคต้องถือว่าช่วงนี้ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เพราะย่างเข้าสู่ฤดูฝนซึ่งเป็น ฤดูที่มีสถิติการระบาดสูงสุดของทุกปี เนื่องจากจะมีเศษภาชนะขังน้ำฝนที่ตกค้างอยู่ รวมทั้งพฤติกรรมการเก็บน้ำไว้ใช้ของคนเอง ประกอบกับการแตกตัวของไข่ยุงลายที่แห้งติดอยู่ตามขอบผนังภาชนะมานานอาจเป็น แรมปี เมื่อโดนน้ำก็จะแตกตังกลายเป็นลูกน้ำและยุงลายได้

15.ความเป็นไปได้ของวัคซีนอีกนานแค่ไหนจึงจะได้ผล
           ตอบ ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาในระยะ ที่ 3 ซึ่งเป็นการทดลองในคน ใน 4 ประเทศ หากทดลองเป็นผลสำเร็จ คาดว่าจะมีวัคซีนใช้ภายในระยะ 5 ปี
  
16.การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าควรทำอย่างไร
           ตอบ  กระทรวงอยากเห็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน ซึ่งสามารถทำได้โดยชุมชนเอง แต่ในระยะนี้เป็นช่วงเข้าสู่การระบาดมากในฤดูฝนนี้ อยากให้ประชาชนตระหนักในเรื่องโรคไข้เลือดออกมากขึ้น
-    เร่งรัดให้ทุกภาคส่วนร่วมกันกำจัดลูกน้ำยุงลาย และแหล่งเพาะพันธุ์
-    หากสงสัยว่าป่วยเป็นไข้เลือดออกให้รีบไปพบแพทย์ทันที
-    ในโรงเรียน ให้ครูช่วยคัดกรองเด็กนักเรียนที่มีไข้ด้วย หากสงสัยเป็นไข้เลือดออก ให้รีบไปพบแพทย์
-    หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคไข้เลือดออก โทรสายด่วน 1422

17.กระทรวงสาธารณสุข มีการเฝ้าระวังและคุมเข้มการระบาดอย่างไร ตลอดจนภาคประชาชนควรดูแลและป้องกันไข้เลือดออกอย่างไร
          ตอบ กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค มีการเฝ้าระวังโรคโดยใช้มาตรการหลัก คือ เฝ้าระวังยุงพาหะ เฝ้าระวังเชื้อ เฝ้าระวังในคน
มาตรการในการป้องกันคือการควบคุมยุงพาหะโดยมุ่งเน้นไปที่ลูกน้ำยุงลาย ที่บ้าน โรงเรียน โรงพยาบาลเป็นหลัก เนื่องจากลูกน้ำเป็นเป้านิ่งกำจัดได้ง่ายกว่ายุงที่บินได้ รวมทั้งใช้มาตรการสำรวจลูกน้ำยุงลายนี้เป็นเครื่องมือในการประเมินผลชี้ พื้นที่เสี่ยงด้วย พื้นที่ใดที่มีลูกน้ำยุงลายสูงก็หมายถึงเป็นพื้นที่เสี่ยงที่จะเกิดการระบาด ของโรไข้เลือดออกสูงเช่นกัน ค่าดัชนีลูกน้ำยุงลาย หรือที่เรียกว่า HI องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้ว่าไม่ควรเกินร้อยละ 10 หมายถึงบ้านร้อยหลังต้องไม่มีลูกน้ำยุงลายเกิน 10 หลังทั้งนี้การควบคุมยุงพาหะยังหมายรวมไปถึงการจัดการสิ่งแวดล้อมไม่ให้เป็น แหล่งเพาะพันธ์ยุง การกำจัดไข่ยุงลาย และการกำจัดยุงลายตัวเต็มวัยที่ประชาชนทำได้ด้วยตนเอง

การเฝ้าระวังเชื้อในยุง คือ การใช้มาตรการกำจัดยุงลายตัวที่มีเชื้อ เมื่อมีรายงานผู้ป่วยไข้เลือดออก แสดงว่ามียุงลายตัวที่มีเชื้อไวรัสเด็งกี่ที่บริเวณโดยรอบรัศมี 100 เมตร เพราะยุงลายจะบินในระยะนี้ ต้องพ่นหมอกควันและสารเคมีกำจัดยุงลายตัวที่มีเชื้อบริเวณโดยรอบดังกล่าว โดยพ่นอย่างถูกวิธี อย่างน้อย 2 ครั้งในรอบ 1 สัปดาห์ และพ่นให้เข้าถึงทุกในบ้านทุกหลัง
การเฝ้าระวังในคน คือ การป้องกันไม่ให้เชื้อที่มีอยู่แพร่กระจายไปสู่คนอื่น โดยใช้ยาทากันยุงทาให้กับผู้ป่วย ทุกรายไม่ให้ยุงลายมากัดแล้วนำเชื้อไปสู่ผู้อื่น และสร้างพฤติกรรมการป้องกันตนเองของประชาชนไม่ให้ถูกยุงกัด เช่น นอนในมุ้ง จัดบ้านให้ปลอดโปร่ง 
ทั้งนี้ มาตรการทั้ง 3 มาตรการนั้นจะต้องดำเนินการควบคู่ไปกับยุทธศาสตร์การวิเคราะห์ข้อมูลการ ระบาดวิทยา หากพื้นที่ใดที่มีสถานการณ์การระบาดของโรคสูง ซึ่งเรียกว่า พื้นที่เสี่ยงสูงก็จะต้องมีความเข้มข้นในการดำเนินการร่วมกับภาคีเครือข่าย ทุกภาคส่วน เพิ่มกิจกรรมการรณรงค์ในการเปลี่ยนพฤติกรรมประชาชนให้ตระหนักในการป้องกัน โรคมากขึ้นและมีการติดตามประเมินผลการดำเนินงานอย่างจริงจัง 
ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้สร้างทีม SRRT: Surveillance Rabid Respond Team ทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว ตั้งแต่ระดับตำบล อำเภอ จังหวัด และระดับประเทศ สำหรับตอบโต้การระบาดของโรคอย่างรวดเร็ว ทีมประกอบไปด้วยบุคลากรจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง สามารถออกปฏิบัติการได้ภายใน 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้ ยังแนะนำให้ประชาชนใช้วิธีการตามภูมิปัญญาท้องถิ่นในการกำจัดยุงลายที่สืบ ทอดกันมานาน โดยกรมควบคุมโรคได้สนับสนุนการรณรงค์ดังกล่าวโดยการจัดมหกรรมภูมิปัญญาไทย ต้านภัยไข้เลือดออก 4 ภาค เป็นเวทีแลกเปลี่ยนนวัตกรรมเด่นของแต่ละพื้นที่นำไปประยุกต์ใช้ รวมทั้งรวบรวมเป็นเอกสารเพื่อใช้ในการสื่อสารไปยังเครือข่ายทุกภาคส่วนต่อไป
นอกจากนี้ ยังส่งเสริมสร้างความรู้และความสนใจให้แก่เยาวชนซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงกลุ่ม ใหญ่ของโรคนี้ โดยจัดประกวดวาดภาพ คลิปวีดิโอ และกิจกรรมรณรงค์ในโรงเรียน โครงการรณรงค์ป้องกันโรคไข้เลือดออกและโรคติดต่อในโรงเรียนเปิดประตูสู่อา เซียนทั่วประเทศ

แหล่งที่มาข้อมูล https://goo.gl/IVddXO


  • 060259_2.jpg
    โรคไข้ซิกา ( Zika virus disease ) 1. ลักษณะของโรค โรคไข้ซิกา เกิดขึ้นโดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรค พบครั้งแรกที่ประเทศอูกานด้า เมื่อปี พ.ศ.2490 ในลิง โดยในขณะนั้นมีการศึกษาวงจรการเกิดโ...

  • 3.jpg
    ขอมูลเฝาระวังโรค ตั้งแตวันที่ 1มค 2560 - 5 มีค 60 พบผูปวย 13818 ราย จาก 77 จังหวัด คิดเปนอัตราปวย 21.12 ตอแสน ประชากร เสียชีวิต 0 ราย อัตราสวน เพศชายตอเพศหญิง 1: 0.98 ...

  • n20150619100831_80866.jpg
    โรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือ โรคเมอร์ส (Middle East Respiratory Syndrome ; MERS) องค์การอนามัยโลก (WHO: World Health Organization)รายงานพบผู้ป่วยยืนยันโรคทางเดินหายใจตะวันออกกล...

  • ไวรัส RSVไวรัสร้ายมากับหน้าฝน คนเป็นแม่พ่อต้องระวัง ในช่วงปลายฝนต้นหนาว หนึ่งในโรคที่เป็นปัญหาสำคัญในวัยทารกและเด็กเล็กที่คุณพ่อคุณแม่คงเคยได้ยินกันบ่อยๆ ก็คือ“โรคติดเชื้อทางเดินห...

  • 558000011222301.JPEG
    โรคพิษสุนัขบ้าคืออะไร? “โรคพิษสุนัขบ้า”“โรคกลัวน้ำ”หรือ “โรคหมาว้อ”(ในภาษาอีสาน) เป็นโรคติดเชื้อที่มีสาเหตุมาจาก Rabies virusซึ่งเป็นเชื้อไวรัสก่อโรคในสัตว์เลือดอุ่นเลี้ยงลูกด้วยนม...

  • shutterstock_57204115.jpg
    หน้าหนาวระวังโรคมือเท้าปาก “กรมควบคุมโรค” เผยเปิดเทอมหน้าหนาวนี้ ระวังเด็กป่วยโรคมือ เท้า ปาก ปีนี้พบผู้ป่วยมากกว่าปีที่แล้ว 2 เท่า เน้นย้ำสถานศึกษาคัดกรองเด็กเล็กทุกวัน นายแพทย์ ...

  • dengki.png
    รายงานสถานการณ์ไข้เลือดออก จังหวัดตราด สัปดาห์ที่ 29 ปี 2560 (16 กรกฏาคม 2560 - 22 กรกฏาคม 2560) สถานการณ์ของประเทศไทยและเขตสุขภาพที่ 6 ตั้งแต่ 1 มกราคม 2560 - 17 กรกฏาคม 2560 พบผู...

  • วัคซีนไข้เลือดออก-01.jpg
    สถานการณ์โรคไข้เลือดออก(ข้อมูล ณ วันที่ 2 พฤษภาคม 2560) สถานการณ์โรคไข้เลือดออกในปีพ.ศ. 2560 (ข้อมูลจากระบบรายงานการเฝ้าระวังโรค 506 สํานักระบาดวิทยา ณ วันที่ 2 พฤษภาคม 2560) มีราย...

  • โรคชิคุนกุนยา Chikungunyaลักษณะโรคโรคชิคุนกุนยา เป็นโรคติดเชื้อไวรัสชิคุนกุนยาที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค มีอาการคล้ายไข้เดงกี แต่ต่างกันที่ไม่มีการรั่วของพลาสมาออกนอกเส้นเลือด จึงไม่...

  • 18767678_10155406292103140_512084816107835046_n.png
    นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีมีรายงานข่าวการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ในประเทศเพื่อนบ้านนั้น กรมควบคุมโรคได้ติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่...

  • 3.jpg
    “ไวรัสโรต้า” ทำเด็กอุจจาระร่วง-เสียชีวิต แนะผู้ปกครองดูแลให้ดี เกี่ยวกับ ไวรัสโรตา กรมควบคุมโรค เตือนผู้ปกครองดูแลบุตรหลาน โดยเฉพาะเด็กเล็กอย่างใกล้ชิด เพราะอาจป่วยด้วยโรคอุจจ...
Visitors: 19,057