คำถาม - คำตอบ โรคมะเร็ง

 

Q:    มีสัญญาณเตือนอะไรบ้างไหมครับที่บ่งชี้ว่าเราอาจเป็นโรคมะเร็ง

A:    การรักษาโรคมะเร็งให้หายขาดนั้น เป็นไปได้เมื่อได้รับการรักษาตั้งแต่ระยะต้น ๆ ดังนั้น นอกจากการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งต่าง ๆ แล้ว การทราบถึงสัญญาณเตือนของโรคก็เป็นเรื่องสำคัญ ลองสังเกตอาการที่อาจบ่งชี้ถึงโรคมะเร็งดังต่อไปนี้ 
 

  • น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วโดยที่คุณไม่ได้ตั้งใจลด         
  • มีอาการปวดโดยไม่ทราบสาเหตุ อาทิ อาการปวดแน่นท้อง ปวดลึก ๆ ในอก หรือปวดกระดูก         
  • ไอเรื้อรัง เจ็บคอ เสียงเปลี่ยน           
  • ไฝ ปาน หรือบริเวณใด ๆ ของผิวหนังที่มีสี หรือมีลักษณะเปลี่ยนไป           
  • แผลเรื้อรังที่ไม่ยอมหาย         
  • ปัสสาวะมีเลือดปน          
  • เห็นภาพซ้อน เวียนศีรษะ ทรงตัวลำบาก           
  • กลืนลำบาก รู้สึกอิ่มทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้รับประทานอาหาร         
  • มีก้อนผิดปกติบริเวณเต้านม ไหล่ รักแร้          
  • ถ่ายอุจจาระมีเลือดปน มีอาการท้องผูกสลับกับท้องเสีย อาการผิดปกติต่าง ๆ ข้างต้นอาจเป็นสัญญาณเตือนหนึ่งของโรคมะเร็ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่มีอาการดังกล่าวจะเป็นมะเร็งเสมอไป เช่นเดียวกับความจริงที่ว่าโรคมะเร็งหลายชนิดก็ไม่ปรากฏสัญญาณเตือนใด ๆ ในระยะแรกเริ่ม มะเร็งบางชนิดสามารถตรวจคัดกรองได้ แม้ไม่มีอาการ เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก ถ้ามีอาการน่าสงสัย ควรตรวจหาสาเหตุของความผิดปกติโดยไม่รอช้า

Q:    เราจะป้องกันโรคมะเร็งได้หรือไม่คะ 

A:    ข้อมูลขององค์การอนามัยโลกระบุว่า กว่า 1 ใน 3 ของโรคมะเร็งทั้งหมดเกิดจากสาเหตุภายนอกที่ป้องกันได้ การป้องกันตัวเองจากโรคมะเร็งทำได้โดย
 

  • หลีกเลี่ยงควันบุหรี่ ไม่ว่าจะเป็นการสูบบุหรี่เอง หรืออยู่ในบริเวณที่มีผู้อื่นสูบบุหรี่     
  • ควบคุมน้ำหนัก
  • ออกกำลังกายวันละอย่างน้อย 30 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน        
  • เลือกรับประทานอาหารที่ไม่ปรุงแต่งมากเกินไป เน้นอาหารที่มีกากใยมาก อาทิ ผัก ผลไม้ ธัญพืชต่าง ๆ         
  • งดดื่มสุรา        
  • มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย        
  • หลีกเลี่ยงการตากแดดนาน ๆ         
  • ฉีดวัคซีนป้องกัน        
  • อย่าลืมตรวจสุขภาพประจำปี 

 

Q:    ดิฉันรู้จักผู้ป่วยมะเร็งที่รักษาด้วยยาเคมีบำบัดแล้วยังแข็งแรงเป็นปกติดี อยากทราบว่าปัจจัยใดที่ทำให้ ผู้ป่วยแต่ละรายได้รับผลข้างเคียงจากเคมีบำบัดแตกต่างกันไป

A:   ยาเคมีบำบัดนั้นมีหลักการทำงานโดยจะออกฤทธิ์เฉพาะกับเซลล์บางชนิดที่มีการแบ่งตัว โดยไม่ได้แยกแยะว่าเป็น เซลล์ปกติ หรือเซลล์มะเร็งที่มีการแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว เป็นเหตุให้ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดมักจะได้รับ ผลข้างเคียงไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่จะน้อยหรือมากนั้น ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ปริมาณของยา และชนิดของยาเป็นสำคัญ 

ผู้ป่วยแต่ละรายจะมีการตอบสนองต่อยาเคมีบำบัดแตกต่างกันไปในหลายรูปแบบ บางรายอาจมีอาการผมร่วง บางรายอาจมีแผลในช่องปาก ขณะที่บางรายอาจรู้สึกคลื่นไส้ เบื่ออาหาร เป็นต้น ทั้งนี้เนื่องจากเมื่อทำการรักษาผู้ป่วยด้วยยาเคมีบำบัด แพทย์จะมีการประเมินสภาวะของผู้ป่วยอย่างละเอียดเพื่อเลือกตัวยา และปรับปริมาณยาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ประกอบกับมีการประเมินผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น เพื่อจะได้ทำการป้องกันไว้ล่วงหน้า อาทิ หากผู้ป่วยได้รับยาเคมีบำบัดชนิดที่มักจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน แพทย์ก็จะสั่งยาป้องกันหรือบรรเทาอาการให้กับผู้ป่วย เป็นต้น   

  

อย่าลืมว่า ปัจจัยสำคัญที่สุด คือ สุขภาพร่างกายของผู้ป่วยเอง อย่ากังวลกับผลข้างเคียงจนเกินไป สร้างทัศนคติ และกำลังใจที่ดี อาการไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ ย่อมจะหมดไปเมื่อร่างกายปรับตัวเข้ากับยาได้ หรือเมื่อสิ้นสุดการรักษา  

แหล่งที่มาข้อมูล https://goo.gl/d5wQFU


  • 14.jpg
    ในระยะแรกมักจะไม่ปรากฏอาการ ต่อมาเมื่อเป็นมากขึ้น (อาจนานเป็นเดือน เป็นปี) จะมีอาการทั่วไป (พบร่วมกันในมะเร็งทุกชนิด) คือ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลดอย่างรวดเร็วอาจมีไข้ เรื้อร...

  • 15.jpg
    การตรวจหามะเร็งในระยะเริ่มแรก วิธีการตรวจ ผู้ที่ควรได้รับการตรวจ เพศ อายุ ช่วงเวลาการตรวจ การส่องกล้อง เพื่อตรวจหา มะเร็งล...

  • 35.jpg
    การป้องกัน : การปฎิบัติตัวเพื่อป้องกันมะเร็ง 1.พยายามรักษาสุขภาพให้แข็งแรงโดยการออกกำลังกายเป็นประจำ, พักผ่อนให้เพียงพอ, หาทางผ่อนคลายความเครียดด้วยวิธีต่างๆ อย่าอยู่ในที่ๆ อากาศไ...

  • shutterstock_92301583.jpg
    5 สัญญาณเตือนของมะเร็งเต้านม ที่ผู้หญิงจำนวนมากมักไม่สนใจ สมาคมมะเร็งของอเมริกา (American Cancer Society) คาดว่ามีผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ ประมาณ 246,660 ที่เป็นมะเร็งเต้านมแบบล...
Visitors: 17,345