ความรู้เรื่องเบาหวาน

ความรู้เรื่องเบาหวาน

แม้จะเป็นโรคทางพันธุกรรม แต่ในครอบครัวที่ไม่มีประวัติโรคเบาหวานก็ไม่อาจชะล่าใจได้ เพราะสาเหตุที่ทำให้คนป่วยเป็นโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นทุกวันนั้นล้วนมาจากปัจจัยการใช้ชีวิตของคนไทยที่เริ่มเปลี่ยนไป เช่น ไม่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ กินอาหารเนยนม ขนมที่อุดมด้วยน้ำตาลและไขมัน รวมไปถึงการใช้ยาบางชนิด

  สำหรับประเทศไทย ปี 2556 มีผู้เสียชีวิตจากโรคเบาหวานทั้งหมด 9,647 ราย หรือเฉลี่ยวันละ 27 คน คิดเป็นอัตราตายด้วยโรคเบาหวาน 14.93 ต่อแสนประชากร และมีผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวานเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 698,720 ครั้ง คิดเป็นอัตราป่วยด้วยโรคเบาหวาน 1,081.25 ต่อแสนประชากร 2 การสำรวจสภาวะสุขภาพอนามัยของประชาชนไทย โดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 4 พ.ศ. 2551-2552 ความชุกของโรคเบาหวานในประชากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป มีร้อยละ 6.9 หรือ 3,185,639 คน โดยผู้หญิงมีความชุกสูงกว่าในผู้ชาย พบร้อยละ 7.7 และ 6 ตามลำดับ และความชุกเพิ่มขึ้นตามอายุ จากร้อยละ 0.6 ในกลุ่มอายุ 15-29 ปี ความชุกขึ้นสูงสุดพบในกลุ่มอายุ 60-69 ปี ร้อยละ 16.7 สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย และกระทรวงสาธารณสุข ได้กำหนดประเด็นสาร (theme) ที่ใช้ในการรณรงค์วันเบาหวานโลก ปี 2557 คือ “ กินพอเพียง ไม่เสี่ยงเบาหวาน เลือกไม่ยาก เลือกให้เป็น เริ่มด้วยอาหารมื้อเช้า” และขอให้ออกกำลังกายเป็นประจำก็จะสามารถการเป็นเบาหวานลงได้

แบบทดสอบความรู้เรื่องเบาหวาน

มาทดสอบความรู้กันหน่อย รู้เรื่องเบาหวานกันมากแค่ไหน แบบทดสอบนี้ได้มาจากงาน Health Cuisine & Beauty Festival ครั้งที่ ๔ ที่บูธ เบาหวานเบาใจ

1. เบาหวานเป็นความผิดปกติของตับอ่อนที่สร้างอินซูลินไม่ได้ หรือไม่เพียงพอต่อร่างกาย

2. อินซูลินเป็นฮอร์โมนที่ช่วยนำกลูโคสในเลือดเข้าสู่เซลล์หรืออวัยวะ เป้าหมายเพื่อใช้เป็นพลังงาน

3. เบาหวานมี ๔ ประเภท คือ ประเภทที่ ๑ ประเภทที่ ๒ เบาหวานที่ทราบสาเหตุ และเบาหวานจากการตั้งครรภ์

4. เบาหวานประเภทที่ ๒ เกิดจากภาวะดื้อต่ออินซูลิน และอินสุลินไม่เพียงพอ

5. ความอ้วนทำให้เกิดภาวะดื้อต่ออินสุลิน และนำไปสู่การเกิดเบาหวานประเภทที่ ๑

6. เบาหวานประเภทที่ ๑ พบบ่อยในเด็ก เกิดจากตับอ่อนล้มเหลวสร้างอินซูลินไม่ได้

7. วินิจฉัยเป็นเบาหวาน เมื่อน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหาร (๘ ชั่วโมงขึ้นไป) เท่ากับหรือมากกว่า ๑๒๖ มก./ดล.

8. เบาหวานเป็นความผิดปกติที่ถ่ายทอดได้ทางกรรมพันธ์ุ

9. การรับประทานอาหารที่มีแคลอรี่สูง การไม่ออกกำลังกาย ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง ล้วนแต่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดเบาหวานประเภทที่ ๒

10. ตรวจน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารได้ ๑๑๐ มก./ดล. ถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดเบาหวาน 

11. หญิงที่มีพ่อหรือแม่เป็นเบาหวาน ถ้าตั้งครรภ์เมื่ออายุมากกว่า ๒๕ ปี มีโอกาสเป็นเบาหวานจากการตั้งครรภ์ไม่สูงกว่าคนทั่วไป

12. ในหญิงที่เป็นเบาหวานจากการตั้งครรภ์ หลังคลอดเบาหวานจะหายเป็นปกติ ไม่ต้องรักษาอะไร อะไรอีก และโอกาสเป็นเบาหวานเหมือนคนทั่วไป

13. ยาลดน้ำตาลในเลือดชนิดรับประทานมีส่วนช่วยทำลายไตให้เสื่อมเร็วขึ้น

14. จุดประสงค์การรักษาเบาหวานที่สำคัญคือการป้องกันโรคแทรกซ้อน 

15. น้ำตาลในเลือดที่สูงมากๆ มีโอกาสทำให้เกิดโคม่า ช็อค และถึงแก่ชีวิตได้

16. น้ำตาลในเลือดแม้สูงไม่มาก ก็ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนได้ ที่สำคัญคือ โรคหัวใจ อัมพาต ตาบอด ไตวาย ปลายประสาทอักเสบ เป็นต้น

17. เบาหวานก็คือ การเสียสมดุลของการเผาผลาญอาหาร ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น จึงต้องปรับให้สมดุลด้วยการควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย และการใช้ยาลดน้ำตาลในเลือด

18. เป้าหมายสำคัญของการรักษาคือ น้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารไม่เกิน ๑๓๐ มก./ดล. น้ำตาลในเลือดหลังอาหารไม่เกิน ๑๘๐ มก./ดล. ค่า HbA1C ไม่เกิน ๗ %

19. ค่าฮีโมโกลบินเอวันซี (HbA1C) เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำนายภาวะแทรกซ้อนเบาหวานได้

20. การงดบุหรี่ไม่เกี่ยวข้องกับจุดประสงค์การรักษาเบาหวาน 

21. การวินิจฉัยเบาหวานได้แต่แรกเริ่ม ช่วยให้การรักษาได้ผลดียิ่งขึ้น และช่วยชะลอโรคแทรกซ้อน

เฉลยดูด้านบนครับ

เอกสารอ้างอิง

๑. WORLD DIABETES DAY 2014.[online].[Cited 2014 Sep 25] ; Available from : URL: ที่มา: http://www.idf.org/worlddiabetesday/current-campaign.

๒. (สำนักโรคไม่ติดต่อ ข้อมูลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง.[ออนไลน์]เข้าถึงได้จาก:

http://www.thaincd.com/information-statistic/non-communicable-disease-data.php. วันที่ค้นข้อมูล

๑ ตุลาคม ๒๕๕๗.)

๓. สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข  สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์  สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข การสำรวจสภาวะสุขภาพอนามัยของประชาชนไทย โดยการตรวจร่างกายครั้งที่ ๔ พ.ศ. ๒๕๕๑-๒๕๕๒ กระทรวงสาธารณสุข.

๔. กระทรวงสาธารณสุข (๒๕๕๓) . รายงานผลการสำรวจพฤติกรรมเสี่ยงโรคไมติดต่อและการบาดเจ็บ พ.ศ.๒๕๕๓. นนทบุรี: ประเทศไทย.

๕. กระทรวงสาธารณสุข (๒๕๕๐) . รายงานผลการสำรวจพฤติกรรมเสี่ยงโรคไมติดต่อและการบาดเจ็บ พ.ศ.๒๕๕๐. นนทบุรี: ประเทศไทย.

๖. กระทรวงสาธารณสุข (๒๕๔๘) . รายงานผลการสำรวจพฤติกรรมเสี่ยงโรคไมติดต่อและการบาดเจ็บ พ.ศ.๒๕๔๘. นนทบุรี: ประเทศไทย.

๗. สถาบันและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์ กรมการแพทย์ กระทวงสาธารณสุข. เอกสารข้อมูล : สถานการณ์โรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงและภาวะแทรกซ้อนในประเทศไทย. พ.ศ. ๒๕๕๖.

 

 


ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 15,950