สุขภาพน่ารู้

11 เคล็ดลับหุ่นเพรียว ห่างพุง thaihealth

แฟ้มภาพ

          ใครๆ ต่างก็ไม่อยากเป็นเจ้าของหน้าท้องหรือพุงโตๆ ด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งพุงเกิดจากไขมันช่องท้องที่มากเกินไป ส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ ตามมา

          มีผลวิจัยจาก European Society of Cardiology เมื่อปี 2012 ได้เก็บข้อมูลจากผู้ป่วยกว่า 12,785 คน ตลอดระยะเวลา 14 ปี คำนวณหาดัชนีมวลกายหรือค่า BMI ซึ่งเป็นอัตราของไขมันในร่างกายต่อความสูง และอัตราส่วนของเอวต่อสะโพกเพื่อหาอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆ ผลการศึกษาพบว่าผู้ที่มีน้ำหนักตัวปกติ แต่มีขนาดรอบเอวมาก มีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตจากโรคต่างๆ มากกว่าผู้ที่มีน้ำหนักตัวปกติและขนาดรอบเอวปกติ 2.1 เท่าเลยทีเดียว

          ทั้งนี้ ยังมีรายงานเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว โดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดอีกด้วยว่าผู้ชายที่มีรอบเอวไซส์ใหญ่ประมาณ 33.6 นิ้วเป็นต้นไป จะมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากสูงกว่าผู้ชายที่มีรูปร่างปกติ ซึ่งทางทีมงานได้สำรวจและวิเคราะห์ข้อมูลของกลุ่มตัวอย่างเพศชายทั้งคนอ้วนและคนผอมจาก 8 ประเทศในทวีปยุโรป ที่มีอายุเฉลี่ย 52 ปี และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของกลุ่มตัวอย่าง ก็พบด้วยว่า ผู้ชายที่มีขนาดรอบเอว 37.5 นิ้ว มีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งมากกว่าคนที่มีรอบเอว 33.6 นิ้ว ถึง 13 เปอร์เซ็นต์ แล้วคนที่มีรอบเอว 41.5 นิ้ว จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า และในขณะเดียวกัน คนที่รอบเอวเพิ่มขึ้นทุกๆ 4 นิ้ว จะมีความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นสูงขึ้นถึง 18 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว เนื่องจากในร่างกายของคนอ้วนนั้นมีไขมันส่วนเกินและระดับของเทสโทสเตอโรนที่สูง จึงทำให้นำไปสู่การเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก

          เราจะรู้ได้ว่าเรามีไขมันอันตรายส่วนนี้มากโดยลองวัดรอบพุง (ผ่านสะดือ) ดูรอบพุงไม่ควรเกินส่วนสูงหารสองนั่นเอง

11 เคล็ดลับหุ่นเพรียว ห่างพุง thaihealth

วิธีวัดเส้นรอบเอว

          1. อยู่ในท่ายืน

          2. ใช้สายวัดวัดรอบเอว โดยวัดผ่านสะดือ

          3. วัดในช่วงหายใจออก (ท้องแฟบ) โดยให้สายวัดแนบ กับลำตัวไม่รัดแน่น และให้ระดับของสายวัดที่วัดรอบเอววางอยู่ในแนวขนานกับพื้น

          พุงประกอบไปด้วย 3 ชั้น

          1. ชั้นที่ 1 เป็นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous fat) เป็นชั้นที่เราสามารถจับ หรือบีบติดมือเราขึ้นมาได้ ชั้นนี้จะเป็นพลังงานสำรองให้กับร่างกายยามขาดแคลนอาหาร เป็นไขมันที่ "อยู่สุข" คือ ไม่ปล่อยสารก่อการอักเสบเข้าสู่กระแสเลือด ซึ่งสามารถลดได้จากการควบคุมอาหารให้เหมาะสม เพราะหน้าที่มันก็คือแหล่งพลังงานสำรองของร่างกายเรา เมื่อเราควบคุมอาหารร่างกายก็ต้องนำไขมันส่วนนี้มาใช้ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วที่กินให้น้อยกว่าที่ใช้พลังงานน้ำหนักของเราก็ย่อมจะลดลง ฉะนั้นการเพิ่มการออกกำลังกายจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ควรทำ

          2. ชั้นที่ 2 กล้ามเนื้อหน้าท้อง (Abdominal muscles) ชั้นนี้สำหรับผู้ที่น้ำหนักไม่เกิน ผอม หรือ ผู้ที่เช้ามาหน้าท้องก็ปกติดี แต่พอได้กินเท่านั้นแหละ ท้องป่องออกมายังกะคนใกล้คลอด สาเหตุนี้เกิดจากความไม่แข็งแรงของกล้ามเนื้อหน้าท้องที่ต้องพยุงอวัยวะภายใน กล้ามเนื้อหน้าท้องก็เหมือนสเตย์ที่ใช้รัดหน้าท้องตามธรรมชาติของเรา ถ้ามันไม่แข็งแรงก็เหมือนเราใส่สเตย์ย้วยๆ พอมีของกินเข้าไปมันก็ไม่มีแรงจะพยุงให้อยู่ทรงก็ต้องปล่อยให้พุงห้อยออกมาเป็นธรรมดา วิธีแก้ไขให้สเตย์เรากลับมาแน่นแข็งแรงดังเดิม ก็จำเป็นต้องออกกำลังกาย (ไม่ใช่การซิตอัป) โดยจะมีบางท่าที่จะช่วยเน้นได้โดยเฉพาะ เช่น plank วิดพื้น หรืออาจ ลองทดสอบได้โดย

 3. ชั้นที่ 3 เป็นไขมันในช่องท้อง( Visceral fat) เป็นไขมันอันตรายที่สะสมอยู่ในช่องท้อง เป็นไขมันที่เกิดจากการที่มีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อย ถ้าเป็นนักกีฬาหรือผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำแม้จะมีน้ำหนักเกินจะมีไขมันในส่วนนี้สะสมอยู่น้อย เป็นไขมันที่"อยู่ไม่สุข" โดยจะปล่อยสารก่อการอักเสบเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เกิดการอักเสบที่ผนังหลอดเลือดทั่วร่างกาย และเนื่องจากมันอยู่ติดอวัยวะภายในจึงเหมือนกับอวัยวะภายในเราถูกแช่อิ่มด้วยไขมัน (ข้อมูลจาก facebook : Ez2fit)

          โทษของการมีพุง

          1. นำไปสู่โรคต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน, โรคหัวใจ, โรคความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูง, โรคมะเร็ง, ปัญหาการหยุดหายใจขณะนอนหลับ และโรคต่างๆ อีกมากมาย

          2. ส่งผลทำให้บุคลิกภาพเสียเนื่องจากท่าทางการเดินของคุณไม่สง่างาม หรือหลังค่อมกว่าคนปกติ

          3. ส่งผลเสียต่อเส้นเลือด กระดูก และข้อได้

          4. ส่งผลกระทบต่อการทำงานของปอด ทำให้ปอดทำงานไม่เต็มที่

          5. ส่งผลทำให้เซลล์สมองน้อยกว่าคนปกติ อาจก่อให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ได้

เช็กลิสต์ว่าคุณมีพุงเสี่ยงโรคหรือไม่

          1. หากคุณเป็นผู้ชายที่มีเส้นรอบเอวตั้งแต่ 36 นิ้วขึ้นไป หรือเป็นผู้หญิงที่มีเส้นรอบเอวตั้งแต่ 32 นิ้วขึ้นไป

          2. ผู้ที่มีระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดมากกว่า 150 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร

          3. ผู้ที่มีความดันโลหิตมากกว่า 130/85 มม.ปรอท หรือรับประทานยาลดความดันโลหิตอยู่

          4. ผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารมากกว่า 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ซึ่งค่าน้ำตาลในเลือดของคนปกติจะอยู่ที่ 70-99 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ถ้าเกินจะเริ่มมีปัจจัยเสี่ยงของการเกิดเบา

หวาน

          5. ผู้ที่มีระดับไขมันดี (HDL) คอเลสเตอรอล น้อยกว่า 40 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรในผู้ชาย หรือน้อยกว่า 50 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรในผู้หญิง

11 เคล็ดวิธีรับประทานอาหารลดพุง ลดโรค11 เคล็ดลับหุ่นเพรียว ห่างพุง thaihealth

          1. ควรรับประทานอาหารทุกมื้อ ห้ามงดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง เพราะจะทำให้น้ำหนักจะกลับมาเร็วถ้าคุณไม่สามารถควบคุมอาหารได้ ต่อเนื่อง

          2. รับประทานทุกมื้อแต่ควรลดปริมาณอาหารทุกมื้อลง เช่น ปกติเคยทานข้าวสองทัพพีก็เปลี่ยนมาเป็นหนึ่งทัพพีแทน

          3. งดน้ำอัดลม เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เนื่องจากเครื่องเหล่านี้ทำให้ท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด แน่นท้อง ทำให้หน้าท้องดูบวมได้นั่นเอง

          4. งดอาหารที่มีปริมาณแก๊สมาก ได้แก่ ผักกาดขาว กระหล่ำปลี ดอกกะหล่ำ ถั่ว บร็อคโคลี หอมใหญ่ หน่อไม้ฝรั่ง ข้าวโพด มันเทศ ผลไม้เช่น แอปเปิล แพร์ ฯลฯ แล้วหันมากินผัก ผลไม้ที่รสไม่หวาน และมีกากใยให้มากขึ้น

          5. เคี้ยวอาหารให้ช้าลง ประมาณ 30 ครั้งต่อ 1 คำ ควรใช้เวลาในการรับประทานไม่น้อยกว่า 15 นาที

          6. ลดการบริโภคเกลือหรืออาหารที่มีปริมาณเกลือหรือโซเดียมค่อนข้างสูง เนื่องจากเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการบวมน้ำ ยิ่งหากร่างกายได้รับโซเดียมเกินจะทำให้ดูอ้วน ฉุ ซึ่งโซเดียมจะพบมากในขนมกรุบกรอบ อาหารฟาสต์ฟูด อาหารหมักดอง อาหารแช่อิ่ม อาหารกระป๋อง บะหมี่ กึ่งสำเร็จรูป ฯลฯ

          7. บริโภคโปรตีนที่ไม่มีไขมันหรือไขมันต่ำ ได้แก่ อกไก่ เนื้อปลา ไข่ขาว นมพร่องมันเนย โยเกิร์ตไขมันต่ำ อัลมอนด์ ฯลฯ ซึ่งจะช่วย เสริมสร้างกล้ามเนื้อและเร่งเผาผลาญอาหารได้ดี

          8. ควบคุมพลังงานแต่ไม่ควรน้อยกว่าวันละ 1,200 กิโลแคลอรีสำหรับผู้หญิง และไม่ควรน้อยกว่าวันละ 1,600 กิโลแคลอรีสำหรับผู้ชาย        9. ลดการบริโภคคาร์โบไฮเดรตลงและควรเลือกประเภทคาร์โบไฮเดรต ควรหันมารับประทานแป้งไม่ขัดสี เช่น ขนมปังโฮลวีต ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ข้าวโพด ธัญพืชต่างๆ แทนแป้งขัดสีจำพวกข้าวขาว ขนมปังขาวต่างๆ ซึ่งจำนวนคาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายควรได้รับแต่ละวันอยู่ที่ 3 กรัม ต่อ น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมนั่นเอง

          10. ควรดื่มน้ำสะอาดให้ได้วันละ 8-12 แก้ว ต่อวัน

          11. ควรรับประทานอาหารอย่างน้อย 3 ชั่วโมงก่อนเข้านอน

          นอกจากนี้แล้วนั้น ควรออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อยวันละ 30 นาที เพราะการออกกำลังกายสามารถช่วยลดไขมันได้ โดยการออกกำลังกายที่จะลดไขมันได้ดีและเร็วก็คือการออกกำลังกายประเภทแอโรบิก เช่น วิ่ง ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ เป็นต้น และควรหาท่าออกกำลังกายที่ช่วยสร้างกล้ามหน้าท้องด้วยจะยิ่งดี อีกทั้งควรพักผ่อนให้เพียงพอร่วมด้วยเพื่อผลลัพธ์ที่ดีกับตัวคุณเอง.

ที่มา : ผู้จัดการรายวัน 360 องศา

 


  • DT4vwcyU8AEqlck.jpg
    สธ.เฝ้าระวัง 7 โรค อาจแพร่ระบาดในปี 61 "ไข้เลือดออก-หวัดใหญ่" "กรมควบคุมโรค ประกาศเตือน เฝ้าระวัง 7 โรคสำคัญในปี 2561 อาทิ โรคไข้เลือดออก โรคไข้หวัดใหญ่ โรคมือเท้าปาก พร้อมแนะ ขอ...

  • 2558.jpg
    สุขภาพจิตดีที่บ้าน หลายครั้งหลายหนที่เรามักได้ยินคนบ่นรำพึงรำพันกับตัวเองว่า“หมู่นี้ไม่รู้เป็นอะไร สุขภาพจิตไม่ค่อยดีเลย”หรือหลายหนก็อาจได้ยินเสียงบ่นว่าซวยจริงๆ เจอแต่พวกสุขภาพจิ...

  • Brivo-scanner-with-console.jpg
    การตรวจ CT scan (Computerized Tomography) หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เป็นการตรวจหาความผิดปกติอวัยวะต่างๆ ในร่างกายด้วยลำแสงเอกซ์ โดยฉายลำแสงเอกซ์ผ่านอวัยวะที่ต้องการตรวจในแนวตัดขวาง แ...

  • ‘โทรศัพท์มือถือ’ อันตรายต่อสมองเด็กเล็ก เหมาะแล้วหรือที่เด็กตัวเท่านี้จะมีโทรศัพท์มือถือ!เด็กยุคใหม่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือที่เชื่อมต่อให้คนไกลใก...

  • dbbbc88ccb43421d5d5fa9ce4b9edba2.jpg
    กระดูก และข้อ “กระดูก”คนเรามักเสื่อมลงเมื่ออายุมากขึ้น รวมถึงการมีพฤติกรรมแบบผิดๆ เป็นตัวช่วยเร่งให้ กระดูกเสื่อมเร็วยิ่งขึ้นไปอีกและยังมีอุบัติเหตุที่อาจทำให้กระดูกได้รับบาดเจ็...

  • การแบ่งชนิดของไวรัสสามารถทำได้หลายวิธี 1.แบ่งตามชนิดของสารพันธุกรรมนิวคลีอิคแอซิด (Nucleic acid) ที่ศูนย์กลางของตัวไว รัสเป็นดีเอ็นเอ(DNA) และอาร์เอ็นเอ(RNA) 2.แบ่งตามรูปร่างของเ...

  • qu.jpg
    ประเด็นสารรณรงค์วันหัวใจโลก ปี พ.ศ. 2559 แผนภูมิที่ 1 แสดงอัตราตายต่อประชากรแสนคนด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจ (I20-I25)ปี พ.ศ. 2555-2558 จำแนกรา...

  • skin-care.jpg
    7 โรคผิวหนัง หน้าหนาว ฤดูหนาวปีนี้ สมาคมโรคผิวหนังแห่งประเทศไทย โดย ผศ.พญ.สุวิรากรโอภาสวงศ์ ประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์สมาคมแพทย์ผิวหนัง มีคำแนะนำเพื่อเป็นความรู้สู่ประชาชนเกี่ยวกับโ...

  • 1.jpg
    มะเร็งเป็นโรคของผู้ใหญ่ แต่พบได้ในทุกอายุ ตั้งแต่เด็กแรกเกิดไปจนถึงผู้สูงอายุโดยพบได้สูงในอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ส่วนในเด็กพบน้อยกว่าในผู้ใหญ่ประมาณ 10 เท่าโรงมะเร็งที่พบบ่อย...

  • 1.jpg
    ความหมายของวัณโรค วัณโรค (Tuberculosis)คือโรคติดต่อที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียรุนแรง ซึ่งสามารถติดต่อกันผ่านทางอากาศได้ด้วยการหายใจ การจาม การไอ หรือการอยู่ร่วมกับผู้ป่วยวัณโรค...

  • เป็นเนื้อหาของบทความหรือสินค้าโดยละเอียดกรุณาใส่ข้อความ …

  • 2q.jpg
    โรคอ้วน คือ อะไร ? ในที่นี้ หมายถึง ความอ้วนที่มากเกินไป มีน้ำหนักตัวมากกว่าที่ควรจะเป็น ไม่ใช่อ้วนกำลังดี อ้วนพองามหรือกำลังสวย คำว่า อ้วน ตามความหมายของพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตย...

  • 12.jpg
    “นิยามผู้ป่วยฉุกเฉินหมายถึง ผู้ป่วยหรือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งมีอาการบ่งชี้ว่าจะเป็นอาการที่คุกคามต่อการทำงานของอวัยวะสำคัญ ได้แก่ หัวใจ สมอง การหายใจ ต้องได้รับการรักษาและดูแลติด...

  • 3.jpg
    รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ “อาหาร” กับ “สุขภาพ” เป็นของคู่กัน ไม่ว่าใครก็อยากจะมีสุขภาพที่ดีกันทั้งนั้น การดูแลตัวเองจึงเริ่มต้นจากการมีร่างกายที่สมบูร...

  • 1.jpg
    มารู้จักโคเลสเตอรอลกันเถอะ ...... ปัจจุบัน ปัญหาภาวะโภชนาการเกินมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคโคเลสเตอรอลสูงในเลือด เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับโคเลสเต...

  • 6.png
    สถิติิอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ตั้งแต่ปี 2557-2559 สรุปสถิติอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2559 จำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากการจราจรทางถนน ในเทศกาลสงกรานต์ เปรียบเทียบ ปี 25...

  • 1.jpg
    เบาหวานน่ารู้ ....... เบาหวานพบได้ประมาณ 3.5 เปอร์เซ็นต์ของคนทั่วไป พบได้ในคนทุกวัย แต่จะพบมากในคนอายุ มากกว่า 40 ปีขึ้นไป และคนที่อยู่ในเมือง มีโอกาสเป็นโรคนี้ มากกว่าชาวชนบท คนอ้...

  • a367ea296fcfe2a1d497beab79518577.jpg
    ไม่น่าเชื่อว่าสมองเล็กๆ ของคนเราจะมีเซลล์มากถึง 10-12 พันล้านตัว ซึ่งแต่ละตัวมีเส้นใย ในการเชื่อมต่อกระแสไฟฟ้าเคมีถึงกัน การที่เราสามารถจดจำเรื่องราวหรือสิ่งต่างๆ ได้ก็เพราะว่าเกิด...

  • 26992275_1760431010698805_8235423167996089348_n.jpg
    "กรมควบคุมโรค ประกาศเตือน เฝ้าระวัง 7 โรคสำคัญในปี 2561"
Visitors: 15,949